Report on Hummingfish visit to Thailand by FWFCC

If you can read Thai, Please enjoy this report by Mr. Surin of FWFCC.

เรียนหมอนะ หมอโน และ ช่างชัย

จากการประสานงานของ Jessica เลขานุการสำนักงานฯช่วงที่ผ่านมา แล้วในช่วงก่อนค่ำวันที่ ๕ กันยายน รถตู้แวนของ “น้องปู” ก็นำ Daniel และ Jessica ที่ลงจากเครื่องในช่วงเช้าวันนั้นส่งตรงมาถึงสำนักงานฯโดยสวัสดีภาพ และได้ติดเสบียงอาหารสดและแห้งมาด้วยจำนวนหนึ่ง พร้อมกับถุงนอนอีกสองใบตามที่ผมได้แนะนำให้ Jessica จัดซื้อมาด้วยระหว่างการเดินทาง

 

 

หลังจากที่ผมได้กล่าวต้อนรับทักทายและแนะนำอาคารสถานที่ในพื้นที่สำนักงานฯพอสังเขปแล้ว จึงได้จัดให้มิตรต่างแดนทั้งสองเข้าห้องพักพิกเพนสองและสามใต้อาคารหอพระฯ ที่ผมได้สั่งการให้ “ป้าเอ” เช็ดถูำทำความสะอาดเตรียมท่ารอไว้ก่อนแล้ว

แล้วในค่ำวันนั้นผมจึงได้ถือไฟฉายนำมิตรทั้งสองเดินไปตามทางลาดข้างอาคารสำนักงานฯด้านตะวันออก ผ่านสะพานมิตรภาพข้ามห้วยเขย่งไปกินเวลคัมดินเนอร์ที่เรือนรัตนาภรณ์ภูไอยรารีสอร์ทที่ผมได้ประสานงานกับ “นายท๊อปและน้องเอ” ไว้ล่วงหน้าตามที่ Jessica ต้องการแล้ว ด้วยในวันระหว่างสัปดาห์ที่รีสอร์ทไม่มีแขกนั้น ครัวภูไอยราไม่เปิดให้บริการ

และในระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกันนั้น Daniel ได้เล่าแบ่งปันประสบการณ์ทำงานถ่ายภาพธรรมชาติและใต้น้ำในอดีตที่ติมอร์และประเทศอื่นๆ ซึ่งอุดมไปด้วยเรื่องน่าสนใจที่ส่วนใหญ่ผมไม่เคยได้ยินหรือทราบมาก่อนให้ผมฟัง รวมทั้งได้นำภาพมากมายของแมลงที่มีรูปร่างแปลกประหลาดและสิ่งมีชีวิตใต้น้ำในทะเลที่มีหน้าตาเกินจินตนาการที่มีสีสันสุดจะบรรยาย และภาพปลาฉลามตัวใหญ่ที่ว่ายวนเวียนอยู่รอบๆตัวขณะทำงานมาให้ผมได้ชมเป็นบุญตา นอกเหนือจากที่ผมได้รับทราบข้อมูลในคืนนั้นว่า Daniel เป็นผู้ก่อตั้ง The Hummingfish Foundation (http://hummingfish.org/) ที่ดำเนินงานสาธารณประโยชน์ด้านสังคมชุมชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นพร้อมไปกับการดูแลรักษาธรรมชาติแล้ว

หลังมื้อเช้าในวันต่อมา(๖ กันยายน) เมื่อผมได้เข้าครัวทำมื้อเช้าให้เพื่อนทั้งสองกินกันตายตามตำรับนอกตำราตามประสาพ่อครัวชายแดนแล้ว ในช่วงสายผมจึงได้พามิตรทั้งสองขึ้นเขาผ่านดินสไลด์และด่านช้างป่าไปทัศนศึกษาที่อุทยานทองผาภูมิ โดยผมได้ประสานงานกับอุทยานฯและได้รับความอนุเคราะห์อย่างดียิ่งแล้ว ที่มี “นายแจ๋วแหววฮอร์นบิลเกเร” คอยให้การต้อนรับด้วยความซุกซนเช่นเคย ก่อนที่จะพาทั้งสองคนไปชมบ้านทาร์ซานที่ผากูดดอยและชมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณที่ทั้งสองคนจะต้องเดินทางผ่านจากด้านใต้สุดหน้าเขื่อนในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ ขึ้นไปเหนือสุดพื้นที่อ่างเก็บน้ำที่มีความจุขนาดสามพันกว่าล้านลูกบาศก์เมตรที่ อ.สังขละบุรี ในภารกิจสุดท้ายของโครงการป้องกันของกรมประมง ที่ WBC ร่วมกับมูลนิธิฯ ช่วยกันขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการนำร่อง flag ship project นี้มาหลายเดือน จนจวนจะแล้วเสร็จใกล้จะรูดม่านปิดฉากไปในอีกสามวันข้างหน้านี้แล้ว

และในช่วงเย็นวันนั้น ผมได้พาทั้งสองคนเที่ยวชมสภาพพื้นที่ชายป่าอุทยานฯรอบๆบ้านแปลงสองห้วยเขย่ง ก่อนที่จะพาไปพบปะสนทนากับ “พี่ที” ผู้นำกลุ่มเฝ้าระวังช้างป่าบ้านห้วยเขย่งที่เรือนพักชายป่าใกล้ ห้วยพลู-เขาด่าง แหล่งอาศัยตกลูกและหากินของฝูงช้างป่าห้วยเขย่ง ซึ่ง Daniel ได้แลกเปลี่ยนทัศนะความเห็นในแนวคิดเรื่องการอาศัยธรรมชาติในพื้นที่มาพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเสริมรายได้ให้กับชุมชนตามประสบการณ์ทำงานด้านนี้ที่เธอได้สั่งสมมาจากการทำงานในประเทศต่างๆด้วย

ในวันถัดจากนั้นมา (๗ กันยายน) ผมทิ้ง Daniel ให้ทำงานออนไลน์ในโอบกอดของธรรมชาติโดยมีห้วยน้ำไหลและทิวเขาป่าตะวันตกอยู่เป็นเพื่อนเบื้องหน้าบนระเบียงสำนักงานฯ แล้วเข้าเมืองพา Jessica ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อเบิกค่าใช้จ่ายในการดูแลต้อนรับ Daniel ที่ Dave อาสารับเป็นเจ้าภาพรับภาระในนามมูลนิธิฯ โดยผมได้แนะนำให้ Jessica จัดซื้อผัก ไข่ไก่ เสบียงอาหารสดอื่นๆเพิ่มเติมสำหรับต้อนรับแขกที่จะทยอยตามมาเยือนสำนักงานฯในช่วงนี้ ทั้ง Bruce, Belinda และ Kathie จาก ECN ด้วย

แล้วในช่วงบ่ายวันนั้น ผมจึงพาน้อง “อาร์มกลุ่มใบไม้” ที่บังเอิญพบนั่งอยู่บนรถสองแถวที่วิ่งสวนมาระหว่างทางบริเวณใกล้เคียงทางแยกเข้าสวนป่าทองผาภูมิ ซึ่งเธอพึ่งจะกลับขึ้นมาจากการประชุมเรื่องช้างป่าที่กุยบุรีและกำลังเดินทางมายังสำนักงานฯ พร้อมทั้ง Daniel กับ Jessica ไปทัศนศึกษาปูราชินีที่พุและค้างคาวที่ถ้ำสองแปด ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีของคณะทัศนศึกษาวันนี้อย่างมหาศาล ที่ไม่ต้องเสี่ยงภัยเดินบนทางเดินไม้ที่ลื่นและผุพังในพุเพื่อตามหาดูปูราชินี เมื่อเราได้บังเอิญพบปูราชินีคู่หนึ่งกำลังทำการผสมพันธุ์และอีกตัวหนึ่งโผล่ขาและก้ามขาวแดงอวดให้ชมอยู่ในรู ตรงปากทางเข้าพุข้างป้ายปูราชินีเลยทีเดียว ก่อนที่จะเดินทางเลียบเขายาวเข้าป่าลึกไปดูค้างคาวต่อ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าเราพบแต่แฮร์รี่แมรี่และค้างคาวสายพันธุ์อื่นไม่ได้พบค้างคาวคุณกิตติอย่างที่หวังไว้ นอกเหนือจากขยะหลายชิ้นที่มีผู้เข้ามาในถ้ำแล้วทิ้งไว้ ซึ่งผมกับ “น้องอาร์ม” ได้ช่วยกันเก็บออกมาจากถ้ำแล้วก่อนที่จะปีนลงเขากลับไป

และในค่ำวันนั้นเราก็ไปกินมื้อค่ำที่รีสอร์ทข้างๆอีกครั้ง ด้วยคุณ Bruce ช่างภาพสัตว์ป่าเมืองไทยและ “คุณสุทัศน์” เจ้าหน้าที่จากอุทยานฯแก่งกระจาน ที่ Jessica ประสานงานไว้ ได้เดินทางมาถึงและรออยู่ก่อนแล้ว
ซึ่งหลังจากที่ในวงดินเนอร์ได้แนะนำทำความรู้จักกันทั่วทุกคนแล้ว การสนทนาพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะประสพการณ์ทำงานก็ดำเนินไปอย่างออกรสออกชาติพร้อมไปกับอาหารและเครื่องดื่มที่ทยอยพร่องลงไป แข่งไปกับเสียงอื้ออึงของสายน้ำห้วยเขย่งช่วงฤดูฝนนั้น

และในเช้าวันนี้ ขณะที่ Das พา Dan และ Jessica ไปศึกษาแมลงที่ไร่ชายป่าข้างห้วย “คุณสุทัศน์” และ Bruce ก็ได้มาเยือนสำนักงานฯเป็นครั้งแรก และนับเป็นโชควาสนาของผมอีกครั้งที่ได้รับความกรุณาจาก Bruce ช่างภาพสัตว์ป่าแนวหน้าเมืองไทย ทำการบรรยายภาพและเบื้องหลังการบันทึกภาพสัตว์ป่าสำคัญมากมายที่เธอใช้ความพยายามและเวลามากมายผ่านนานานอุปสรรคปัญหาในการทำงาน ทุ่มเทอดทนเสี่ยงภัยอันตรายเดินทางรอนแรมไปตามผืนป่าต่างๆในประเทศไทย เพื่อบันทึกภาพอันสวยงามของธรรมชาติและสัตว์ป่าเหล่านั้นไว้ พร้อมทั้งได้มอบหนังสือภาพสัตว์ป่าทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษจำนวนสองเล่ม นอกเหนือจากบทความ LIFE ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมชาติสัตว์ป่าที่เธอเขียนอยู่เป็นประจำแล้ว ในช่วงที่ Das พา Dan และ Jessica กลับมาถึงสำนักงานฯอีกครั้ง โดยมีจงโคร่งน้อยนิ้วขาหน้าซ้ายขาด คอยให้การต้อนรับอยู่ที่ระเบียงอาคารสำนักงานฯ

หลังจากที่ Bruce สิ้นสุดการบรรยายงานภาพสัตว์ป่าแล้ว ผมจึงใช้วาระโอกาสพิเศษนี้เชื้อเชิญ Bruce ให้เข้าร่วมงานนิทรรศการจัดแสดงภาพถ่ายสัตว์ป่าเพื่อหาทุนสนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิฯ ที่สำนักงานฯกำลังประสานดำเนินการอยู่ ซึ่ง Bruce ก็ได้ตอบรับด้วยความยินดีแล้ว

ก่อนที่ Bruce และ “คุณสุทัศน์” จะจากไปเพื่อภารกิจงานต่อที่อุทยานฯไทรโยคนั้น ผมได้กล่าวขออภัย “คุณสุทัศน์” ที่ผมอาจขาดตกบกพร่องเรื่องการดูแลต้อนรับไปบ้าง ซึ่ง “คุณสุทัศน์” ชาวสุโขทัยผู้ทำงานใช้ชีวิตอยู่ในป่าแก่งกระจานมานานได้กล่าวตอบเชื้อเชิญให้ผมไปเยี่ยมหาที่ป่าแก่งกระจานบ้างในโอกาสต่อไป

และผมได้กล่าวขอบคุณ Bruce ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ พร้อมทั้งการบรรยายภาพและการทำงานบันทึกภาพสัตว์ป่าสำคัญที่สวยงามแก่ผมเป็นการเฉพาะ รวมทั้งมอบหนังสือผลงานภาพถ่ายของเธอสองเล่ม( Wild Rivers) ไว้ให้มูลนิธิฯใช้ประโยชน์ แล้วจึงได้บันทึกภาพร่วมกันไว้เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงกัน ในวาระโอกาสที่ทุกคนได้มาร่วมพบปะหารือกันเป็นครั้งแรก ณ สำนักงานมูลนิธิฯด้วย

จึงส่งข่าวแจ้งการมาเยือนประชุมหารือกันของมิตรต่างแดนเรื่องการสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯด้านต่างๆ ที่ได้เดินทางไกลมายังสำนักงานฯในช่วงระหว่างสี่วันที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ที่ฝนยังคงตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวานทั้งคืนจนถึงช่วงเย็นวันนี้แล้ว มาให้ทุกท่านทราบเพื่อเป็นข้อมูลไว้

รินทร์ – บินนาน
Conservation by Practice

http://www.thungyai.org/

http://www.fwfcc-thai.org/

Share
This entry was posted in media, Past Posts. Bookmark the permalink.

Comments are closed.